RSS

คำซ้อน

คำซ้อน หมายถึง การนำเอาคำใกล้เคียงกัน 2 คำมาซ้อนกัน หรือนำคำ 2 คำที่มีความหมายตรงกันข้ามมาซ้อนกัน เช่น บ้านเรือน วิ่งเต้น เต้นรำ ใกล้ชิด ความหมายตรงข้าม เช่น เท็จจริง ยากง่าย ดีชั่ว ถี่ห่าง ใกล้ไกล
สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. คำซ้อนเพื่อความหมาย หมายถึง การนำคำที่มีความหมายเหมือนหรือคล้ายคลึงกันมาซ้อนกัน การสร้างคำซ้อนในลักษณะนี้ มีวิธีการต่าง ๆ ดังนี้
1.1 คำไทยซ้อนกับคำไทย เช่น เล็กน้อย ใจคอ ทุบตี หน้าตา เหี่ยวแห้ง บ้านเรือน เป็นต้น
1.2 คำไทยซ้อนกับคำไทยถิ่น เช่น อ้วนพี เสื่อสาด คอยท่า สวยงาม อ่อนช้อย เป็นต้น
1.3 คำไทยซ้อนกับคำต่างประเทศ เป็นการนำคำไทยมาซ้อนกับคำในภาษาต่างประเทศ เช่น
ก. คำไทยซ้อนกับคำบาลีสันสกฤต เช่น จิตใจ หมั่นเพียร รูปร่าง ทรัพย์สิน เป็นต้น
ข. คำไทยซ้อนกับคำเขมร เช่น เข้มแข็ง ฟ้อนรำ หนองบึง ยกเลิก เป็นต้น
1.4 คำต่างประเทศซ้อนคำต่างประเทศ เป็นการนำคำบาลีซ้อนคำสันสกฤตหรือคำเขมรซ้อนคำเขมร เช่น
สุขสงบ มิตรสหาย เฉลิมฉลอง เลอเลิศ ทรัพย์สมบัติ เป็นต้น

2. คำซ้อนเพื่อเสียง คำซ้อนเพื่อเสียง หมายถึง การนำคำที่มีเสียงใกล้เคียงกันมาซ้อนกันเกิดคำที่มีความหมายใหม่ เช่น เยอะแยะ ยิ้มแย้ม โซเซ มอมแมม โพล้เพล้ ลิบลับ จริงจัง พึมพำ เป็นต้น ลักษณะของคำซ้อนเพื่อเสียง มีดังนี้
1. แต่ละพยางค์มีเสียงพยัญชนะต้นเหมือนกัน ต่างกันที่เสียงสระ เช่นเกะกะ ขรุขระ คู่คี่ เงอะงะ ซู่ซ่า
2. แต่ละพยางค์มีเสียงพยัญชนะต้นและพยัญชนะสะกดเหมือนกัน ต่างกันที่เสียงสระ เช่น เก้งก้าง ขลุกขลิก คึกคัก จริงจัง โผงผาง
3. แต่ละพยางค์มีเสียงพยัญชนะต้นและเสียงสระเหมือนกัน ต่างกันที่เสียงพยัญชนะสะกด เช่น แจกแจง เพลิดเพลิน ทาบทาม ยอกย้อน สอดส่อง
4. แต่ละพยางค์มีเสียงพยัญชนะต้นเหมือนกัน ต่างกันทั้งเสียงสระและพยัญชนะสะกด โดยมีพยัญชนะสะกดหรือไม่มีก็ได้ เช่น กงการ ขบขัน งงงวย ฟุ่มเฟือย เจือจาน

วิธีซ้อนคำเพื่อเสียง
1. นำคำที่มีพยัญชนะตัวเดียวกัน แตกต่างกันที่เสียงสระ นำมาซ้อนหรือควบคู่กัน เช่น เรอร่า เซ่อซ่า อ้อแอ้ จู้จี้ เงอะงะ เหนอะหนะ จอแจ ร่อแร่ เตาะแตะ ชิงชัง จริงจัง ตูมตาม ตึงตัง อึกอัก ทึกทัก โฉ่งฉ่าง หมองหมาง อุ๊ยอ้าย โอ้กอ้าก
2. นำคำแรกที่มีความหมายมาซ้อนกับคำหลัง ซึ่งไม่มีความหมายเพื่อให้คล้องจองและออกเสียงได้สะดวก โดยเสริมคำข้างหน้าหรือข้างหลังก็ได้ ทำให้เน้นความเน้นเสียงได้หนักแน่ โดยมากใช้ในภาษาพูด เช่น กวาดแกวด กินแกน พูดเพิด ดีเดอ เดินแดน มอมแมม ดีเด่ ไปเปย มองเมิง หูเหือง ชามแชม กระดูก กระเดี้ยว
3. นำคำที่มีพยัญชนะต้นต่างกันแต่เสียงสระเดียวกันมาซ้อนกันหรือควบคู่กัน เช่น เบ้อเร่อ แร้นแค้น จิ้มลิ้ม ออมซอม อ้างว้าง ราบคาบ
4. นำคำที่มีพยัญชนะต้นเหมือนกัน สระเสียงเดียวกัน แต่ตัวสะกดต่างกันมาซ้อนกัน หรือควบคู่กัน เช่น ลักลั่น อัดอั้น หย็อกหย็อย
5. คำซ้อนบางคำ ใช้คำที่มีความหมายใกล้เคียงกันมาซ้อนกันและเพิ่มพยางค์ เพื่อให้ออกเสียงสมดุลกัน เช่น ขโมยโจร เป็น ขโมยขโจร สะกิดเกา เป็น สะกิดสะเกา
6. คำซ้อนบางคำอาจจะเป็นคำซ้อนที่เป็นคำคู่ ซึ่งมี 4 คำ และมีสัมผัสคู่กลาง หรือคำที่ 1 และคำที่ 3 ซ้ำกัน คำซ้อนในลักษณะนี้เป็นสำนวนไทยความหมายของคำจะปรากฏที่คำหน้าหรือคำท้าย หรือปรากฏที่คำข้างหน้า 2 คำ ส่วนคำท้าย 2 ตัว ไม่ปรากฏความหมาย เช่น เกะกะระราน กระโดดโลดเต้น บ้านช่องห้องหอ เรือแพนาวา ข้าเก่าเต่าเลี้ยง กตัญญูรู้คุณ ผลหมากรากไม้ โกหกพกลม ติดอกติดใจ

 

3 responses to “คำซ้อน

  1. go

    มีนาคม 7, 2014 at 1:52 pm

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: