RSS

พิธีกรรมที่ปรากฏในเรื่องขุนช้างขุนแผน

 

พิธีสู่ขอ เรื่องขุนช้างขุนแผน

ในวรรณคดีไทย เรื่องขุนช้างขุนแผน เมื่อพลายแก้วต้องการจะแต่งงาน กับนางพิมพิลาไล ผู้ที่เป็นเฒ่าแก่ ไปสู่ขอคือ นางทองประศรี มารดาของพลายแก้ว เอง เพราะเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ กับนางศรีประจันมารดาของ นางพิมพิลาไล ดังมีคำเจรจากันดังนี้

ศรีประจันได้ฟังทางหัวเราะ                  จำเพาะจะมาอ้อมค้อมว่า
เราก็เป็นเพื่อนบ้านกันนานมา               กข้าข้าจะหวงไว้ทำไม
ถึงยากจนอย่างไรก็ไม่ว่า                      แต่พร้าชัดหลังมาจะยกให้
อุตส่าห์ทำมาหากินไป                           รู้ทำรู้ได้ด้วยง่ายดาย
ถึงมีเงินทองเป็นของพ่อแม่ให้             ไม่รู้รักษาไว้ก็ฉิบหาย
ตูจะขอถามความท่านยาย                    ลูกชายนั้นดีฤาอย่างไร
ไม่เล่นเบี้ยกินเหล้าเมากัญชา               ฝิ่นฝามันสูบบ้างฤาไม่
จะสูงต่ำดำขาวสักคราวใคร                  ตูยังไม่เห็นแก่ตาว่าตามจริง ฯ

คราวนั้นตาสนกับตาเสา                        อีกทั้งยายเม้าและยายมิ่ง
ว่านานไปท่านจะได้พึ่งพิง                     ลูกทองประศรีดียิ่งนะคนนี้
ว่านอนสอนง่ายชายฉลาด                    ทั้งรูปร่างก็สะอาดสำอางศรี
รุ่นหนุ่มน้อยจ้อยเรียบร้อยดี                 ความชั่วไม่มีสักสิ่งอัน
เมื่อเป็นเณรก็เทศน์มัทรีได้                   เพราะเจาะจับใจดีขยัน
เมื่อปีกลายคุณยายเป็นเจ้ากัณฑ์         วันนั้นเจ้าพิมฟังยังชอบใจ
เปลื้องผ้าออกบูชาซึ่งกัณฑ์เทศน์         เกิดเหตุเพราะขุนช้างมันทำให้
เปลื้องผ้าทับผ้าเจ้าพิมไว้                      คุณยายจำไม่ได้ฤาไรนา ฯ

ศรีประจันได้ฟังก็ชอบใจ                      ตอบว่าอ่อนึกได้แล้วที่ว่า
เราก็คิดรำคาญมานานข้า                     ด้วยลูกชายคนเดียวดังดวงใจ
จะตกแต่งให้ปันเสียทันตา                   ตัวเราก็ชรามักเจ็บไข้
อายุคนนี้จะนานสักปานใด                  มีหาไม่จะทำแต่ตามมี
ข้าจะให้ลูกข้าสิบห้าชั่ง                        ขันหมากมั่งน้อยมาไม่จู้จี้
ผ้าไหว้สำรับหนึ่งก็พอดี                       หอมีห้าห้องฝากระดาน
เดือนสิบสองวันเสาร์ขึ้นเก้าค่ำ            กำหนดงานจะทำให้คิดอ่าน
ทองประศรีรับคำมิได้นาน                   ตามแต่ท่านจะคิดไม่ขัดใจ
ครั้นได้เวลาควรชวนกันลา                  ทองประศรีก็มาหาข้าไม่
ถึงที่อยู่พลันทันใด                               บอกลูกชายให้ได้รู้การ ฯ

พิธีกรรมทำเสน่ห์  เรื่อง ขุนช้างขุนแผน   

“…ครานั้นเถรขวาดราชครู           พิเคราะห์ดูปรีเปรมเกษมสันต์
หยิบสีผึ้งปากผีมามิช้านาน                   เอาเถ้าพรายประสานประสมพลัน
ลงอักษรเสกซ้อมแล้วย้อมถม             เป่าด้วยอาคมแล้วจึงปั้น
เป็นสองรูปวางเรียงเคียงกัน                 ชักยันต์ลงชื่อสีมาลา
อีกรูปลงชื่อคือพระไวย                         เอาหลังติดกันไว้ให้ห่างหน้า
ปักหนามแทงตัวทั่วกายา                      แล้วผูกตราสังมั่นขนันไว้
ทั้งลงยันต์พันด้วยใบเต่าร้าง                 ให้เณรจิ๋วไปฝังป่าช้าใหญ่
แล้วปั้นรูปสร้อยฟ้ากับพระไวย             เอาใบรักซ้อนใส่กับเลขยันต์
เถรนั่งบริกรรมแล้วซ้ำเป่า                     พอต้องสองรูปเข้าก็พลิกผัน
หันหน้าคว้ากอดพัลวัน                           เอาสายสิญจ์เข้ากระสันต์ไว้ตรึงตรา
รูปนี้จงฝังไว้ใต้ที่นอน                            ไม่ข้ามวันก็จะร่อนลงมาหา
แล้วเสกแป้งน้ำมันจันทน์ทา                  ประสมด้วย-ว่านยา-น้ำมันพราย
ครั้นเสร็จส่งให้เจ้าสร้อยฟ้า                   ไปเถิดสีกาตะวันสาย
พรุ่งนี้ถ้ากระไรได้แยบคาย                    ให้นางไหมขยายมาส่งเพล…”

พิธีลุยไฟ  เรื่องขุนช้างขุนแผน 

          เข้าคนละข้างหัวรางไฟ              ถวายบังคมไปมิได้ช้า
เขาโบกปัดพัดไฟให้ถ่านแดง              นางสร้อยฟ้าแสยงเป็นหนักหนา
ศรีมาลาเพราพริ้มยิ้มแย้มมา               บังคมแล้วไคลคลาเข้ารางไฟ
ลีลาศดังราชเหมหงส์                            เยื้องย่างเหยียบลงหาร้อนไม่
นางมิได้หวาดหวั่นพรั่นฤทัย                 ลุยมาลุยไปได้สามที…

 พิธีบายศรี สู่ขวัญ

         สะท้อนให้เห็นภาพความรักดังที่ว่านี้ได้อย่างงดงามและชัดเจน  โดยผ่านการกระทำของของนางทองประศรี  ซึ่งจัดพิธีรับขวัญพลายงามหลังจากผู้เป็นหลานต้องระหกระเหิน  หนีภัยขุนช้างผู้เป็นพ่อเลี้ยง  มาพบผู้มีศักดิ์เป็นย่า  ผู้ประพันธ์บรรยายไว้ว่า

“ครั้นพลบค่ำย่ำฆ้องทองประศรี    เรียกยายปลียายเปลเข้าเคหา
เย็นบายศรีนมแมวจอกแก้วมา                ใส่ข้าวปลาเปรี้ยวหวานเอาจานรอง
เทียนดอกไม้ไข่ข้าวมะพร้าวพร้อม         น้ำมันหอมแป้งปรุงฟุ้งทั้งห้อง
……………………………………….      …………………………………………………
บายศรีตั้งพรั่งพร้อมน้อยคำนับ               เจริญรับมิ่งขวัญรำพันไป”

ข้อความ  “เจริญรับมิ่งขวัญรำพันไป”  นั้นก็คือคำอวยพรบทเชิญขวัญหรือบทรับขวัญ  ซึ่งเจ้าพิธีอาจจะเป็นหมอทำขวัญหรือพราหมณ์ก็แล้วแต่จะเป็นผู้ขับร้อง  หรือแหล่เป็นทำนองให้เจ้าของพิธีนั้น ๆ ฟัง  อันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในพิธีรับขวัญ

สำหรับพลายงามนั้น  นางทองประศรีรับขวัญว่า

          “ขวัญพ่อพลายงามทรามสวาท    มาชมภาชนะทองอันผ่องใส
ล้วนของขวัญจันทร์จวงพวงมาลัย          ขวัญอย่าไปป่าเขาลำเนาเนิน
เห็นเนื้อเสือสิงห์กระทิงค่าง                    จะอ้างว้างเวียนวกระหกระเหิน
ขวัญมาหาย่าเถิดอย่าเพลิดเพลิน          จงเจริญร้อยปีอย่ามีภัย
แล้วจุดเทียนเวียนส่งให้บ่าว                   มันโห่กราวเกรียวลั่นสนั่นไหว
คอยรับเทียนเวียนส่งเป็นวงไป              แล้วดับไฟโบกควันให้ทันที
มะพร้าวอ่อนป้อนเจ้าทั้งข้าวขวัญ          กระแจะจันทร์เจิมหน้าเป็นราศี
ให้สาวสาวลาวเวียงพี่เลี้ยงดี                  มาซอปี่อ้อชั้นทำขวัญนาย”

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: