RSS

จาก “เจ็บจุงเบย” ถึง “บ่องตง” การอุบัติของภาษา

15 มี.ค.

          คงอมร  เหมรัตน์รักษ์

          เพลงฮิตติดกระแสของ วงคาบอย ซึ่งเป็นวงที่มีนักร้องนำที่มีเสียงร้องคล้าย แอ๊ด คาราบาว หรือ ยืนยง โอภากุล ศิลปินเพื่อชีวิตที่เป็นมีต้นมีชื่อเสียงในวงการเพลงเพื่อชีวิตมานานกว่า 30 ปี  โดยผลงานเพลงของวง คาบอย ที่ออกมานั้น ได้นำเสนอผ่านโลกออนไลน์ได้กระแสนิยมเป็นอย่างมาก จนเป็นที่รู้จักของวัยรุ่นในสงคมออนไลน์

โดยงานเพลงที่ออกมานั้นได้นำเอาเรื่องของภาษาวัยรุ่นที่ใช้กันในสังคมออนไลน์ มาเขียนเป็นบทเพลงในผลงานเพลงที่มีชื่อว่า “เจ็บจุงเบย” (เจ็บจังเลย) และภาคต่อของเพลงนี้คือเพลง “บ่องตง” (บอกตรง) เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการใช้ภาษาไทยในสังคมออนไลน์ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยในเพลงทั้งสองเพลงนี้ได้นำเสนอภาษาวัยรุ่นที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของภาษา ดังนี้

          1.การเปลี่ยนตัวพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์  คือการเปลี่ยนพยัญชนะในคำทั้งพยัญชนะต้นและพยัญชนะท้าย การเปลี่ยนแปลงสระเดิมเป็นสระใหม่ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงเสียงวรรณยุกต์อีกด้วย  ได้แก่ จุงเบย (จังเลย) บ่อง (บอก)  ต่อม (ตอบ)  ถ่าม (ถาม)

          2.การตัดพยางค์ และคำควบกล้ำ คือการทำให้ภาษากระชับเพื่อสะดวกในการออกเสียง ได้แก่ มอไซด์ (มอเตอร์ไซด์)   ตง (ตรง)

         3.การรวมคำ คือการรวมคำ 2 คำ เพื่อให้สะดวกในการใช้ ตลอดจนการลดและการเพิ่มน้ำหนักของความหมายของคำ เช่น พ่อง (พ่อมึง)  แม่ง (แม่มึง)

ตัวอย่างคำที่ได้ยกตัวอย่างนี้คือคำที่ปรากฏในบทเพลง เจ็บจุงเบย และ บ่องตง ซึ่งอาจสะท้อนออกมาถึงความต้องการของวัยรุ่นที่ต้องการสร้างตัวตนกลุ่มเป็นอัตลักษณ์ (Identity) หรือ วัฒนธรรมย่อย(Sub-Culture) ของวัยรุ่นที่ต่อต้านวัฒนธรรมหลัก อาจมองว่าเป็นภาษาศาสตร์เชิงสังคมที่เกิดขึ้นทั่วไปในยุคของการสื่อสารแบบใหม่ เป็นอุบัติการณ์ของวัฒนธรรมทางภาษาที่มีลักษณะเฉพาะตัว แต่ในขณะเดียวกันก็ร่วมกับการสื่อสารที่มีอยู่แล้วหลายประการ

เมื่อวิเคราะห์ดูธรรมชาติของภาษาแล้วจะพบว่า ภาษาย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีการคงที่ ภาษาที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ภาษานั้นจะหายไปในที่สุด หรือเรียกว่าภาษานั้นตายแล้ว โดย สาเหตุที่ทำให้ภาษาเปลี่ยนมีหลายประการ ได้แก่

1.  การออกเสียงพูดจาในชีวิตประจำวัน
2. ความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม
3. อิทธิพลของภาษาอื่น
4. การเรียนภาษาของเด็ก

หากเมื่อเข้าใจธรรมชาติของภาษาแล้ว จะสามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่าง ๆ ด้านภาษาที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ และมากขึ้นตามสาเหตุที่ทำให้ภาษานั้นเปลี่ยนแปลง

ฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่หลักของครูสอนภาษาไทยที่ต้องอธิบายถึงปรากฏการณ์ต่าง ๆ ให้เด็กนักเรียนเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของภาษา ตลอดจนการเลือกใช้ภาษาที่ควรหรือไม่ควรตามสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน  หาใช่เพียงกล่าวว่าเป็นภาษาวิบัติที่ไม่ควรใช้ แต่หากต้องสร้างความตระหนักและสร้างให้เด็กนักเรียนมีวิจารณญาณในการเลือกใช้ภาษาในการสื่อสารที่เหมาะสม

เพลงเจ็บจุงเบย

เพลงบ่องตง

 
6 ความเห็น

Posted by บน มีนาคม 15, 2013 in Uncategorized

 

6 responses to “จาก “เจ็บจุงเบย” ถึง “บ่องตง” การอุบัติของภาษา

  1. อาณัติ

    มีนาคม 16, 2013 at 3:37 pm

    บ่งบอกถึงภาษาพูดที่ใช้เปลี่ยนไปทำให้คนรุ่นหลังเข้าใจผิดในความหมายของภาษา อ่านแล้วเขาใจได้ดีมากครับว่าโทษของการใช้ภาษาพูดที่เปลี่ยนไปทำให้มีปัญหาความเข้าใจในความหมาย

     
    • ruangrat

      มีนาคม 16, 2013 at 8:43 pm

      อย่าให้ภาษาไทยวิบัติไปมากกว่านี้เลย

       
      • N'm

        กรกฎาคม 18, 2013 at 8:56 pm

        555+++ ครูไวสรุ่นค่ะ…อิอิ…(วัยรุ่นๆๆ)

         
  2. MUAY

    กรกฎาคม 10, 2013 at 9:12 pm

    เป็นคนไทย ควรพูด อ่าน เขียน ให้ถูกต้องตามหลักภาษา ไม่ได้หัวโบราณนะคะ แต่กลัวว่าภาษาของชาติไทยจะวิบัติ

     
  3. anamika footemwong

    กรกฎาคม 16, 2013 at 9:51 pm

    อนุรักษ์ภาษาไทยที่ถูกต้องชัดเจน ไว้ให้คนรุ่นต่อไปได้ชื่นชมในทางที่ถูก ดีกว่าตามกระแสจนภาษาถูกลบเลือนนะคะ

     
    • ruangrat

      กรกฎาคม 16, 2013 at 9:52 pm

      ทุกคนต้องรักและหวงแหนภาษาไทย

       

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: